img
กลับสู่หน้าบล็อกและข่าว

เมื่อประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีการรังแกกันภายในโรงเรียนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

จากกรณีศึกษาทางสังคมที่ผ่านมา: ที่เกิดการรังแกกันภายในโรงเรียนโดยผู้ถูกกระทำเป็นเด็กพิเศษในโรงเรียน จากประเด็นนี้ ทางกระทรวงสาธารณะสุขก็ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ประเทศไทยถูกจัดอันดับเรื่องรังแกกันในโรงเรียนเป็นอันดับ 2 ของโลก พบเหยื่อปีละ 6 แสนคน ทำให้หลายคนคนเริ่มตระหนักถึงแนวทางการยุติปัญหา ควรจะได้รับการดูแลอย่างไรบ้างเมื่อพูดถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยในโรงเรียน ทางคณะสังคมสงเคราะห์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนในประเด็นปัญหาเรื่องการรังแกกันในโรงเรียน เพื่อให้สังคมได้เห็นประเด็นที่หลากหลายมากขึ้นซึ่ง Cheewid เอง
ก็เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมงานแถลงข้อเสนอ : แนวทางการยุติด้วยเหมือนกัน!

ข้อเสนอต่อประเด็นดังกล่าวสามารถสรุปได้ว่า “บทบาทของโรงเรียน ควรที่จะขยายบทบาทมากกว่าแค่ด้านการเรียนการสอนมาสู่บทบาทที่หลากหลาย มีบุคลากรอื่นที่จะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ เช่น นักกิจกรรม นักแนะแนว นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา นอกจากนี้ งานสวัสดิการเด็กมีความสำคัญและจำเป็นมากๆ เพราะเป้าหมายไม่ใช่การเรียนการสอน
แต่เป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนในระบบการศึกษาสามารถใช้ชีวิตในโรงเรียนได้อย่างดีและมีความสุข สามารถที่จะพัฒนาศักยภาพและความสามารถของตนเองได้เต็มความสามารถ” –อาจารย์ ดร.ปิ่นหทัย หนูนวล

แต่โดยลำพัง โรงเรียนไม่สามารถที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้สำเร็จได้ด้วยตัวเอง ระบบภายนอกโรงเรียนเองต้องสนับสนุนการทำงานของโรงเรียนด้วยเช่นกัน  ไม่ว่าจะเป็น บทบาทของหน่วยงานระดับท้องถิ่นที่ทำงานด้านเด็ก ควรที่จะออกแบบคิดค้นกลไกการปกป้องคุ้มครองส่งเสริมและพัฒนาเด็กเพื่อให้เกิดการพัฒนางานสวัสดิการเด็กในระดับชุมชนโรงเรียน

กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหน่วยงงานที่วางนโยบายด้านการศึกษาระดับประเทศควรเป็นหน่วยงานกลางที่ให้ข้อเสนอแนะ แนวทาง รูปแบบ และวิธีการในการดำเนินงานในการจัดสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียนในทุกระดับ

สุดท้ายคือ บทบาทของสื่อมวลชน ในฐานะสื่อสาธารณะที่จะสามารถสร้างการรับรู้ เข้าใจในสถานการณ์นี้ได้อย่างรอบด้าน โดยการนำเสนอจะต้องคำนึงถึงการไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลใดๆ หรือการไม่ลงข่าวที่เป็นการกระทำซ้ำกับเหยื่อ และการคำนึงถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ของพวกเขาเอง

เพราะฉะนั้น กลไกที่สำคัญในการแก้ปัญหา คือ การร่วมมือกันของทีมสหวิชาชีพและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการวางนโยบายของแต่ละโรงเรียนในการแก้ปัญหาในแต่ละบริบทเอง ทั้งหมดนี้จึงจะถือว่าเกิดประโยชย์สูงสุดต่อเด็ก

โดย อาจารย์ ดร. ปิ่นหทัย หนูนวล, อาจารย์พัชชา เจิงกลิ่นจันทร์

ดำเนินรายการ อาจารย์เคท ครั้งพิบูลย์

Comment List

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น

Post a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *