img

มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดี

มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดี มีเป้าหมายที่จะพัฒนาผู้หญิงและเยาวชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีโอกาสเข้าถึงอาชีพที่หลากหลาย มีเงื่อนไขการทำงานที่ดี และมีรายรับเพิ่มขึ้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของเราสามารถนำพาตนเองและครอบครัวไปสู่ชีวิตที่ดียิ่งกว่าเดิม

เรื่องราว

มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 โดย Enrique Cuan (เอ็นริเก้ ควน) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ และสำนักงานสาขาที่จังหวัดอุบลราชธานี จากการที่ได้เห็นเด็กสาวที่เติบโตในชนบทของประเทศไทยมีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับการศึกษา มีความรู้ด้านวิชาชีพ ตลอดจนมีงานทำ ดังนั้น ในแต่ละปีจึงมีเด็กสาวจำนวนมากเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อมาหางานทำ ด้วยความหวังที่จะมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว

การเดินทางมากรุงเทพฯ นั้น พวกเธอแทบไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านใดเลย ไม่มีเงินออม ไม่รู้จักใคร และไม่มีทักษะมากพอที่จะใช้ในการหางานทำ ดังนั้น งานที่หาได้ในกรุงเทพฯ จึงจำกัดอยู่ที่งานโรงงาน งานทำความสะอาดบ้าน หรือที่แย่ไปกว่านั้น เมื่อทางเลือกที่มีอยู่น้อยนิดแต่ความกดดันด้านการเงินมีมากขึ้นจนทำให้พวกเธอมักตัดสินใจทำงานที่ได้ค่าแรงน้อยกว่าที่ควรและไม่มีความปลอดภัย มูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือผู้หญิงเหล่านี้เพื่อให้พวกเธอมีรายได้ที่ดีขึ้น มีทางเลือกในการทำงานมากขึ้น และเพื่อป้องกันไม่ให้ต้องติดอยู่ในวังวนของปัญหาเดิม โดยให้การฝึกอบรม การพัฒนาศักยภาพตนเอง และอาชีพแก่ผู้หญิงและเด็กสาวทั้งในกรุงเทพฯ และอุบลราชธานี

ธนาคารกสิกรไทย สาขาปาร์คเวนเจอร์
มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดี
7-092-30841-8

ข้อความจากผู้ก่อตั้ง/ผู้จัดการองค์กร

If you educate a man you educate a person but if you educate a woman you educate a family.
(หากคุณให้การศึกษาแก่ผู้ชาย นั่นคือการให้การศึกษาผู้ชายคนนั้น แต่หากคุณให้การศึกษาแก่ผู้หญิง นั่นคือการให้การศึกษาทั้งคอรบครัว)

ความท้าทาย

จากปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบทในประเทศไทย ผลักดันให้เด็กสาวจากต่างจังหวัดโดยเฉพาะทางภาคอีสาน เดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ และด้วยการขาดโอกาสทางการศึกษา ทักษะวิชาชีพ และทักษะการดำเนินชีวิต ทำให้พวกเธอถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ และไม่สามารถทำงานที่หลากหลายได้ ทั้งนี้ ประเภทงานที่พวกเธอสามารถทำได้ เช่น โรงงาน แม่บ้าน หรืองานก่อสร้าง ซึ่งเป็นงานได้รับค่าแรงน้อยกว่ามาตรฐานและไม่มีความปลอดภัย โดยที่พวกเธอไม่สามารถต่อรองหรือเรียกร้องสิทธิใดๆ ได้

แนวทางการแก้ไข

มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดีทำงานเพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชนหญิงและผู้หญิง โดยแบ่งพื้นที่ การทำงานออกเป็น 2 กลุ่มและพื้นที่ คือ
1. ผู้หญิง สำนักงานกรุงเทพ

  • กลุ่มผู้หญิงเหล่านี้ อายุระหว่าง 18-50 ปีที่ไม่มีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
  • เป็นหลักในการรับภาระรับผิดชอบเลี้ยงดูครอบครัวเพียงลำพัง
  • เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
  • ส่วนใหญ่ทำงานในสายงานบริการเช่น พี่เลี้ยงเด็ก แม่บ้าน นวดแผนโบราณ พนักงานขาย
  • ได้รับประโยชน์อย่างไร
  • ได้รับความรู้พื้นฐานด้านต่างๆ เช่น ทักษะชีวิต ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานกฎหมายแรงงานและการจ้างงาน สิทธิด้านต่างๆ การวางแผนอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนทางการเงิน เป็นต้น
  • ได้รับการพัฒนาศักยภาพของตนเอง เช่น การเรียนรู้ข้อดีและข้อเสียของตนเอง การรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ การพัฒนาบุคลิกภาพ การเสริมสร้างความมั่นใจ เป็นต้น

  • เรียนรู้ทักษะทางภาษาอังกฤษ เพื่อใช้เพิ่มโอกาสในการทำงานและสร้างรายได้ เน้นกลุ่มที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ต้องออกจากโรงเรียนก่อนเวลาอันสมควร เนื่องจากฐานะทางครอบครัวไม่สามารถส่งเสียให้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาได้ กลุ่มเป้าหมายของมูลนิธิยังมีหน้าที่หลักในการหารายได้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว บางส่วนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องเลี้ยวดูครอบครัวเพียงลำพัง บทบาทของมูลนิธิกลุ่มปรารถนาดี คือการให้ความรู้ด้านภาษาอังกฤษและพัฒนาทักษะชีวิตผ่านการอบรมภายใต้ชื่อ Better Me Program ซึ่งประกอบไปการอบรมที่จำเป็นแก่การทำงานและการดำเนินชีวิต เพื่อให้ผู้หญิงและเยาวชนหญิง มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้อื่น และสามารถหาโอกาสที่ดียิ่งขึ้นให้กับชีวิต

    2. เยาวชนหญิง มูลนิธิทำงานกับนักเรียนในโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีษะเกษ โดยการจัดอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะชีวิตให้กับนักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ ปีที่ 6 มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดีได้สร้างกิจกรรม Better Me for Girls ขึ้นมาเพื่อส่งต่อความรู้ให้กับเยาวชนหญิงที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนนอกเขตพื้นที่เมืองเนื่องจากน้องๆ กลุ่มนี้มีโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ในเรื่องการพัฒนาทักษะชีวิตน้อยกว่านักเรียนกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่เมือง โดยความรู้ที่มูลนิธิฯ ของเราจะนำไปให้แก่น้องๆ จะถูกส่งต่อในรูปแบบของกิจกรรมที่สร้างให้เกิดการเรียนรู้โดยมีตัวผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรม เราจึงเรียกโครงการนี้ว่า Better Me เพราะเราเน้นไปที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เราคาดหวังว่าน้องๆ จะได้องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากภายในตนเองและเป็นเยาวชนดีขึ้นโดยเริ่มจากตนเอง กิจกรรมที่เราร่วมทำกับน้องๆ จึงถูกแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม คือ
  • กิจกรรมสิทธิของเราเรียกร้องได้ (Claim your Rights) เป็นกิจกรรมที่น้องๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับภัยใกล้ตัวและภัยที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเข้าสู่เมืองใหญ่ สิทธิ กฎหมาย และหน่วยงานที่ให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดภัย นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้วิธีการป้องกันตัวขั้นพื้นฐานผ่านการสาธิตและทดลองปฏิบัติในกิจกรรม
  • กิจกรรมเตรียมความพร้อมสู่ความสำเร็จ (Preparing for Success) เป็นการทำกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ค้นหาตัวเอง เรียนรู้เกี่ยวกับทางเลือกในอนาคตทั้งการศึกษาต่อและการเข้าสู่โลกของการทำงานอย่างปลอดภัยและตระหนักถึงทักษะที่จำเป็นในการทำงานที่ตนเองต้องเตรียมก่อนจบการศึกษา
  • รายละเอียดภาพรวม
    ความดูแลในปัจจุบัน

    ปัจจุบันเรามีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 162 คน และในปี 2018 เราได้ทำการฝึกอบรมให้กับเยาวชนหญิงในภาคอีสานไปแล้ว 3,204 คน มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดี ได้ให้ความช่วยเหลือสตรีและเยาวชนหญิงมาแล้วมากกว่า 10,000 คน ตั้งแต่ปี 2002

    No. ชื่อเต็ม ตำแหน่ง อีเมล์ติดต่อ โทรศัพท์
    1 สโรชินี อัญญเวชสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการ sarochinee@pratthanadee.org 08-1866-1868
    2 ญาดา ช่วยชำแนก เจ้าหน้าที่ประสานงาน yada@pratthanadee.org 09-2362-0784

    เอ็นริเก้ ควน เกิดใน Madrid ประเทศสเปน แต่เติบโตมาในสหรัฐอเมริกาและจบการศึกษาจากวิทยาลัยใน Boston จากนั้นเข้าทำงานในวงการการเงินมาจนปัจจุบัน อย่างไรก็ดี การทำงานธนาคารไม่ได้ตอบสนองความต้องการของเขาที่ปรารถนาจะสร้างความเปลี่ยนแปลง ในเดือนตุลาคม ปี 1999 เขาประกาศลงในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post “Newly established NGO looking for staff. Please come to the Grand Hyatt, Room C at 2:00 on Oct 12th to learn more.” และหลังจากนั้นมูลนิธิกลุ่มปรารถนาดีก็เริ่มต้นขึ้น

    ความเป็นมา

  • https://www.youtube.com/watch?v=NNATDKA1rNg (P'On's Story)
  • https://www.youtube.com/watch?v=ATGD7kjM3dU (Nang)
  • https://www.youtube.com/watch?v=93u_OqOh1Hs (Nang_)


  • ความสำเร็จ
  • [2014] ได้รับรางวัลองค์กรพัฒนาเอกชนขนาดกลางที่ดีที่สุดในประเทศไทย จากมูลนิธิ Rockefeller และ The Resource Alliance
  • [2015] ได้รับการยอมรับจาก Global Giving เป็น Vetted organization
  • [2017] ได้รับ Top-rated nonprofit จาก Greatnonfrofits
  • [2017] ได้รับรางวัลชนะเลิศ Social Impact Award 2017 จาก The Resource Alliance
  • [2018] ได้รับ Top-rated nonprofit จาก Greatnonfrofits
  • ไม่พบข้อมูลดังกล่าว

    ไม่พบข้อมูลดังกล่าว

    งบการเงินประจำปี

    ปีที่ทำการตรวจสอบบัญชี: 2017

    • ยอดบริจาคทั้งหมด
    • การรับบริจาค 3825025
    • บริษัทเอกชน 0
    • สถาบัน/หน่วยงาน 0
    • รัฐบาล 0
    • โครงการพระราชดำริ 0
    • รายรับอื่นๆ 0
    • รายจ่ายทั้งหมด
    • รายจ่ายในการดำเนินงาน 960201
    • รายจ่ายในการบริหารจัดการ 2922610
    • รายจ่ายอื่นๆ 342357
    • รายได้สุทธิ
    หมายเหตุทางการเงิน

    รายได้ของมูลนิธิแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ เงินรับบริจาคจากผู้ก่อตั้ง เงินรับบริจาค-ระบุวัตถุประสงค์ (จากผู้บริจาคที่ระบุวัตถุประสงค์ของการใช้เงินไว้โดยเฉพาะ) เงินรับบริจาคทั่วไป กำไรจากการขายสินค้า ดอกเบี้ยรับ และรายได้อื่น

    ไม่พบข้อมูลดังกล่าว

    1. สำเนาเอกสารรับรองการจดทะเบียนและสถานะขององค์กร: เอกสารที่สามารถยืนยันการมีอยู่ขององค์กร [รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข]
    2. เอกสารการเงินที่ผ่านการตรวจสอบภายใน: รายงานประจำปี และงบดุล
    3. เอกสารการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยนักบัญชีอิสระที่ได้รับการรับรอง: การยืนยันโดยนักบัญชีภายนอกที่ได้รับการรับรอง
    4. รายงานประจำปีและจดหมายประชาสัมพันธ์: รายงานประจำปีที่ถูกจัดพิมพ์บนเว็บไซต์หรือถูกจัดหามาให้
    5. เอกสารการประเมินผลกระทบรายปี: การประเมินผลกระทบเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรไม่แสวงผลกำไรสามารถนิยามความสำเร็จและวัดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้ ในภาคสังคม การประเมินผลมีหลายรูปแบบ องค์กรไม่แสวงผลกำไรบางแห่งอาจใช้การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ในขณะที่บางแห่งอาจใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ อย่างเช่น การศึกษารายกรณี    
      5.1. การวิจัยเชิงปริมาณ: การสำรวจ การติดตามผู้ที่มีส่วนร่วม ข้อมูลเชิงสถิติในระบบออนไลน์
      5.2. การวิจัยเชิงคุณภาพ: การสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์
    6. ชื่อและการติดต่อ: เอกสารแสดงรายชื่อของคณะกรรมการองค์กรและผู้นำ ที่มีเบอร์โทรศัพท์ อีเมล และที่อยู่
    7. เอกสารการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริจาค: คำชี้แจงที่แสดงถึงการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริจาค ไม่ให้รั่วไหลไปถึงบุคคลที่สามหรือบุคคลภายนอก ในกรณีที่ผู้บริจาคต้องการความเป็นส่วนตัว หรือต้องการให้เป็นความลับ
    8. งบประมาณที่ต้องการและการประมาณการงบการเงิน: งบประมาณที่ต้องการได้รับสำหรับปีงบประมาณที่กำลังจะมาถึง - งบประมาณในการดำเนินงานรายปี งบประมาณกระแสเงินสด และอื่น ๆ
    9. แผนกลยุทธ์ขององค์กรและแผนการจัดหาทรัพยากร: เอกสารที่แสดงกลยุทธ์โดยรวม ระยะเวลาการดำเนินการ งบประมาณในการดำเนินงาน และกลยุทธ์ในการสรรหาทรัพยากรมนุษย์
    10. แผนการระดมทุน: เอกสารที่แสดงกลยุทธ์ในการระดมทุน