img

เวย์หา

ค่ายที่จะช่วยติดอาวุธให้เด็กไทยค้นพบศักยภาพในตัวเอง พร้อมยุทโธปกรณ์ทางความคิดและวิธีการในการเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง ผ่าน workshop ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและการลงมือทำ เพื่อทำให้เด็กไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น

เรื่องราว

“การศึกษาไทยเหมือนจับสัตว์หลายชนิดมาวิ่งแข่งกัน เด็กที่เก่งคือเด็กที่เป็นม้าที่วิ่งได้เร็ว ส่วนเด็กที่วิ่งช้าไม่ว่าจะเป็นปลา นก ลิง จะถูกมองว่าเป็นเด็กไม่เอาไหน” นี่เป็น 1 ในปัญหาการศึกษาไทยที่ตัดสินเด็กแต่ละคนด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยไม่ได้คิดว่า เด็กแต่ละคนมีศักยภาพในตัวเองที่แตกต่างกัน นอกจากเรื่องคะแนนสอบหรือเกรด

เวย์หา คือ กิจการเพื่อสังคมด้านการศึกษาที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา “เด็กไทยไม่รู้จักตัวเอง” โดยประยุกต์ใช้ Activity Based Learning และ Life Coach เป็นเครื่องมือในการเอื้อให้เด็กไทยได้ทำความเข้าใจ รู้ถึงความชอบ ความถนัด และศักยภาพของตนเอง และสามารถวางแผนเส้นทางการเลือกคณะและอาชีพของตนเองได้อย่างเหมาะสม ในแบบที่เค้าเป็น รวมถึงนำไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

ธนาคารไทยพาณิชย์
นายนิรัช วานิชวัฒนรำลึก
388-239126-9

ข้อความจากผู้ก่อตั้ง/ผู้จัดการองค์กร

เราเชื่อว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพที่แตกต่างกัน เพียงแค่ค้นหาให้เจอ แล้วพัฒนาต่อในแบบที่เค้าเป็น

ความท้าทาย

ระบบการศึกษาในปัจจุบันของไทย เป็นระบบที่ส่งเสริมวัฒนธรรมของการคล้อยตาม มุ่งผลิตเด็กให้เหมือนหุ่นยนต์ที่มีระบบความคิดเหมือนๆ กัน ละเลยธรรมชาติความแตกต่างหลากหลายของเด็กแต่ละคน และให้ความสำคัญกับการสอบมากกว่าการสอนของครูและการเรียนรู้ของเด็ก นอกจากนี้ ค่านิยมของสังคมไทยที่ไม่ยืดหยุ่น โดยผู้ปกครองมักกดดันให้ลูกหลานสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ คณะดังๆ เด็กไทยจึงทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการสอบ จนไม่เหลือเวลาให้กับตนเองในการถามตัวเองว่า “จริงๆ แล้ว เราอยากเรียนอะไร เราชอบอะไร เราถนัดอะไร” เด็กไทยส่วนใหญ่จึงหลงทางอยู่ในวังวนของการไม่รู้จักตนเอง และการเลือกเรียนในคณะที่ไม่ชอบ อันนำไปสู่ การซิ่ว เกิดความเครียด และไม่มีความสุขกับการเรียน ซึ่งอาจหมายถึง การไม่มีความสุขตลอดชีวิตการทำงานของพวกเขา

แนวทางการแก้ไข

เพื่อแก้ปัญหาเด็กไทยไม่รู้จักตัวเอง เวย์หาได้นำการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) และการให้คำปรึกษาด้านการใช้ชีวิต (Life Coach) มาประยุกต์ใช้ในการเอื้ออำนวยให้เด็กไทยรู้จักและเข้าใจความชอบ ความถนัด และศักยภาพของตนเองผ่านการจัดค่ายแนะแนว อันประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งกิจกรรมค้นหาตัวเอง เข้าใจคนอื่น การแนะแนวคณะและอาชีพ การสันทนาการและละลายพฤติกรรมเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย การให้คำปรึกษาโดยส่วนตัว การทำงานเป็นทีมและทักษะการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ โดยมีกรอบแนวคิดสำคัญ คือ

  • รู้จักตัวเอง (Discover) เพื่อทำความรู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น ผ่านกิจกรรมการเล่นเกมที่สนุกสนาน
  • พื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) เปิดพื้นที่ให้เด็กไทยเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนต่อว่าหรือถูกตัดสิน
  • ความรู้สึก (Feeling) สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง ใส่ใจความรู้สึกซึ่งกันและกัน เหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
  • รายละเอียดภาพรวม
    ความดูแลในปัจจุบัน

    (2018) เวย์หาจัดค่ายมาแล้ว จำนวน 5 ค่าย รวมเด็กค่ายทั้งสิ้น 94 คน

    No. ชื่อเต็ม ตำแหน่ง อีเมล์ติดต่อ โทรศัพท์
    1 นิรัช วานิชวัฒนรำลึก ผู้ก่อตั้ง Nimms17@gmail.com 09-7050-6950
    2 วราพล เกษมสันต์ ผู้ก่อตั้ง warapolk@gmail.com 06-4147-2888

    นิรัชและวราพล อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง Know – Are กิจการเพื่อสังคมด้านการศึกษา พวกเขามีประสบการณ์ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ กระบวนการค้นหาตัวเอง การแนะแนวและการให้คำปรึกษาแก่นักเรียนมัธยมมากว่า 1000 คนตั้งแต่ปี 2014 นอกจากนี้ นอกจากนี้ พวกเขายังผ่านการอบรมหลักสูตร Life Coach จาก Thailand Coaching Academy, Professional Certified Life Coach (TCA) และ Practitioner Training in Neuro-Linguistic Programming (TCA) อีกด้วย

  • 2018 - 1 ใน 4 ทีมที่ได้รับรางวัลการสนับสนุนจากโครงการ Zoom Lab: Social Innovation Workshop แปลงฝัน เป็นพลัง เปลี่ยนสังคม
  • 2018 - 20 ทีมสุดท้าย โครงการประกวดธุรกิจเพื่อสังคม Banpu Champions for Change 8
  • ไม่พบข้อมูลดังกล่าว

    ไม่พบข้อมูลดังกล่าว

    งบการเงินประจำปี

    ปีที่ทำการตรวจสอบบัญชี: 0

    • ยอดบริจาคทั้งหมด
    • การรับบริจาค 0
    • บริษัทเอกชน 0
    • สถาบัน/หน่วยงาน 0
    • รัฐบาล 0
    • โครงการพระราชดำริ 0
    • รายรับอื่นๆ 0
    • รายจ่ายทั้งหมด
    • รายจ่ายในการดำเนินงาน 0
    • รายจ่ายในการบริหารจัดการ 0
    • รายจ่ายอื่นๆ 0
    • รายได้สุทธิ
    หมายเหตุทางการเงิน

    ไม่พบข้อมูลดังกล่าว

    ไม่พบข้อมูลดังกล่าว

    1. สำเนาเอกสารรับรองการจดทะเบียนและสถานะขององค์กร: เอกสารที่สามารถยืนยันการมีอยู่ขององค์กร [รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข]
    2. เอกสารการเงินที่ผ่านการตรวจสอบภายใน: รายงานประจำปี และงบดุล
    3. เอกสารการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยนักบัญชีอิสระที่ได้รับการรับรอง: การยืนยันโดยนักบัญชีภายนอกที่ได้รับการรับรอง
    4. รายงานประจำปีและจดหมายประชาสัมพันธ์: รายงานประจำปีที่ถูกจัดพิมพ์บนเว็บไซต์หรือถูกจัดหามาให้
    5. เอกสารการประเมินผลกระทบรายปี: การประเมินผลกระทบเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรไม่แสวงผลกำไรสามารถนิยามความสำเร็จและวัดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้ ในภาคสังคม การประเมินผลมีหลายรูปแบบ องค์กรไม่แสวงผลกำไรบางแห่งอาจใช้การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ในขณะที่บางแห่งอาจใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ อย่างเช่น การศึกษารายกรณี    
      5.1. การวิจัยเชิงปริมาณ: การสำรวจ การติดตามผู้ที่มีส่วนร่วม ข้อมูลเชิงสถิติในระบบออนไลน์
      5.2. การวิจัยเชิงคุณภาพ: การสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์
    6. ชื่อและการติดต่อ: เอกสารแสดงรายชื่อของคณะกรรมการองค์กรและผู้นำ ที่มีเบอร์โทรศัพท์ อีเมล และที่อยู่
    7. เอกสารการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริจาค: คำชี้แจงที่แสดงถึงการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริจาค ไม่ให้รั่วไหลไปถึงบุคคลที่สามหรือบุคคลภายนอก ในกรณีที่ผู้บริจาคต้องการความเป็นส่วนตัว หรือต้องการให้เป็นความลับ
    8. งบประมาณที่ต้องการและการประมาณการงบการเงิน: งบประมาณที่ต้องการได้รับสำหรับปีงบประมาณที่กำลังจะมาถึง - งบประมาณในการดำเนินงานรายปี งบประมาณกระแสเงินสด และอื่น ๆ
    9. แผนกลยุทธ์ขององค์กรและแผนการจัดหาทรัพยากร: เอกสารที่แสดงกลยุทธ์โดยรวม ระยะเวลาการดำเนินการ งบประมาณในการดำเนินงาน และกลยุทธ์ในการสรรหาทรัพยากรมนุษย์
    10. แผนการระดมทุน: เอกสารที่แสดงกลยุทธ์ในการระดมทุน